วันนี้ได้เจอข่าวที่คาดไว้เมื่อสองปีที่แล้วว่าจะได้เจอ…

Screen Shot 2015-12-25 at 4.18.13 PM

บทความต้นทาง http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1450967023

สภาวะฟองสบู่ดิจิตอลทีวียุบอย่างที่เคยคาดไว้เมื่อสองปีก่อนมาจริง…และมาไวกว่าที่คิด

ทำไมหนะเหรอ?

  • ที่มาไวกว่าที่คิดเพราะการลงมือทำของ กสทช. มันน้อยกว่าที่โม้ไว้มากในการจับคนไทยทั้งประเทศให้มาดูทีวีดิจิตอลแทน แถมทำผิดทาง
  • ที่ว่าผิดทางนี่…โฆษณารณรงค์เยอะอะใช่ (เป็นงานถนัดของภาครัฐยุคนี่ด้วย ผลาญงบโฆษณาเนี่ย) แต่มันผิดจุด คนไม่เปลี่ยนมาทีวีดิจิตอลไม่ใช่เพราะไม่รู้ว่ามันเปลี่ยนมายังไงอย่างที่พยายามโฆษณาซ้ำๆซากๆ แต่เพราะไม่รู้เปลี่ยนทำไม ดูYOUTUBEเอาก็ได้
  • แต่จะว่าไปจริงๆ กสทช.ไม่ได้ผิดที่ดึงคนดูมาไม่ได้ ต้นเหตุจริงๆคือ อสมท. ต่างหากที่ถ่วงไม่ให้ดิจิตอลทีวีเกิดเพราะหวงผลประโยชน์นอนมาของตัวเองเกิดตั้งแต่ 2001 โน้นนนน ถ่วงไว้จนเทคโนโลยีมันวิ่งไกลเกิน คนเมินทีวีมันหันไปดูผ่าน smartphone หมดแล้ว จะเข็นยังไงก็คงสายเกินแก้
  • ยิ่งปีหน้า 4G มาเต็ม คนที่ได้เต็มๆคือ youtuber ไม่ต้องจ่ายค่าสัมปทานแพงเว่อร์ แต่คนดูเป็นล้าน ดูที่ไหนบนเครื่องอะไรก็ได้ และมีแต่จำนวนคนดูจะเพิ่มขึ้น
  • สวนทางกับช่องสัมปทานแพงลิ่วที่ต้องซื้อกล่องเปลี่ยนเครื่องหรือถอยมือถือไอโมบาย ถึงจะได้ดู เลือกรายการก็ไม่ได้ ต้องดูตารางของสถานีเท่านั้น
  • ถ้าผมเป็นช่องกลุ่มรองตั้งแต่อันดับ 10 เป็นต้นไป ผมออกมาลงใน facebook youtube ดีกว่า ขายโฆษณาก็พอได้ วัดผลง่าย ได้รายได้จาก Google โดยตรงอีกส่วน แถมต้นทุนค่าสัมปทานไม่มี ทุ่มกับการพัฒนาเนื้อหาได้เต็มที่
  • เจ้าที่ไม่ตายในระยะยาวมีได้แค่สองแบบ 1) เรตติ้งไม่เกินอันดับ5 2) เจ้าของรวยหมื่นล้าน
  • เพราะอะไรหนะเหรอ? ถ้าประมาณจาก รายงานงบโฆษณาจากนิลซันเดือนสิงหาคม 2558 ลองคิดง่ายๆเลยว่างบโฆษณาทีวีเฉลี่ยปีละ 80,000-90,000 ล้านบาท แต่เพราะลูกค้ายังติดใจช่อง 3 และ 7 เดิมๆอยู่ เลยเหลือตกถึงท้องช่องน้องใหม่ไม่ถึง 40% ถ้าหาร 22 ช่อง(หัก Thai TV กับ Loca ของเจ๊ติ๋มทีวีพูลออกไปเถอะเนอะ) เฉลี่ยจะได้แค่ช่องละ 1,500-1,700 ล้านบาทต่อปีเท่านั้น พอย้อนมาดูค่าสัมปทานและค่าใช้จ่ายในการทำรายการปีละหลายพันล้านบาทแล้ว มันมีพื้นที่ในตลาดไม่มากพอให้ทั้ง 22 เจ้าอยู่ได้ ช่องที่ทำรายได้เกินค่าเฉลี่ยเช่น Workpoint, RS ไม่งั้นก็ต้องมี synergy จากธุรกิจอื่นในเครืออย่าง True, Mono (ในเครือ Jasmine International เจ้าของ 3BB), Nation, ไทยรัฐ, เดลินิวส์ หรือเจ้าของเงินเหลือมากเกินไปอย่าง PPTV (เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ) ต้องอึดพออยู่นานจนงบไล่มาหาดิจิตอลทีวีแล้วถึงจะรอด

แต่ไม่ว่ายังไงก็ตาม ถ้าค่า mobile internet ลดต่ำลงมาจนมองข้ามดิจิตอลทีวีไปเลย มาดูบนเนทกันหมด อาจไม่มีเจ้าไหนรอดโดยไม่ปรับตัวอยู่บนเนทเลยก็เป็นได้ ผมจะดูต่อไปเรื่อยๆแล้วมีอะไรตกตะกอนอีกจะกลับมาเขียนอีกรอบนะครับ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: