ผมแอบเล็งเจ้านาฬิกาของ Pebble มานานพอดูแล้วด้วยความที่มันเป็นยี่ห้อเดียวละมั้งที่ชาร์จที่อยู่ได้นานเกิน 5-7 วัน เพราะผมว่ามันไร้สาระถ้าเราจะต้องชาร์จอะไรที่ใส่บนข้อมูลทุกวันหรือทุกครึ่งวันเหมือนอย่างที่ Apple Watch หรือ Android Wear ส่วนใหญ่ยังเป็นอยู่ พอมีการเปิดตัว Pebble Time Steel จึงไม่รีรอที่จะ pledge ใน Kickstarter.com เพื่อให้สิ่งนี้มาอยู่บนข้อมูลผมเร็วที่สุดเท่าที่มันจะเป็นได้ ด้วยราคา $199 เหรียญ

หลังรูดบัตรเสียทรัพย์ไม่ได้ราว 4-5 เดือน…มันก็มาถึงประเทศไทยในวันที่ 24 กันยายน 2015!

นี่คือห่อที่ได้รับการส่งจากศูนย์ส่งสินค้าในฮ่องกงผ่าน Singapore Post…งงเนอะ แต่เอาเป้นว่ามันมาถึงแล้วก็แล้วกัน พอผมได้เห็นห่อที่รอคอย เจ้าหน้าที่ก็บอกให้ผมจ่ายเงินเพิ่ม 1,853 บาท?

ที่ต้องจ่ายก็ไม่ใช่อะไรเลย บนห่อมันบอกชัดว่าสินค้าเป็นนาฬิกาที่เก็บภาษีนำเข้าได้เต็มๆ เลยโดนไปรวมกับภาษีมูลค่าเพิ่มรวม 1,853 บาทสำหรับ 2 เรือน (พอดีสั่งพร้อมกับน้องอีกคนครับ) เท่ากับว่าราคาที่ผมจ่ายไปจริงๆสำหรับนาฬิกาไฮเทคเรือนี้คือราว 7,600 + 927 = 8,527 บาทไทยถ้วน ไม่เลวเลยสำหรับราคาในการเป็น early adopter เพราะปัจจุบัน Pebble Steel รุ่นเก่าที่มีจอแค่ขาวดำก็ขายในร้านต่างๆราว 8,200 บาทแล้ว

เอาละ…กลับมาถึงบ้านแล้ว แงะถุงมาก็เจอกล่อง

เปิดกล่องเพื่อมาเจอกับอีกกล่อง…

 แล้วก็เอากล่องออกมาดู…เพื่อค้นพบว่ามันมีของที่ต้องการจริงๆนะเฮ้ยยยย

 ด้านหลังเขียนข้อมูลไว้ซะมากมาย หลักที่ผมอยากไฮไลท์คือแบตเตอรี่อยู่ได้นานสุดถึง 10 วันจากการใช้จอสีแบบ e-ink ที่สีจะไม่เหมือนจริงและสดใสวัยสะดิ้งเท่าจอ LCD/LED ที่นิยมใน Smartwatch ทั่วไป แถมกันน้ำได้ 30 เมตรด้วย ยังไม่ได้ลองดำน้ำจริง แต่ถือเป้นอีกข้อแตกต่างที่ทำให้ Pebble Time Steel ใช้งานลุยได้มันกว่าของเจ้าอื่น

 ที่เปิดกล่องออกแบบมาเคร๋ไคร๋ด้วยการใช้สลักพับ เรามีหน้าที่งัดมันออกมาแล้วดันขึ้นตามภาพ…

 ฝาด้านบนก็จะเผยอขึ้นให้เราเข้าไปสู่การสัมผัสต้นเรื่องของเราในวันนี้ได้

 และนี่คือ Pebble Time Steel ตัวเป็นๆ

 ใต้นาฬิกาจะมีเอกสารซ่อนมาให้สามอย่าง มีสติกเกอร์ยี่ห้อ Pebble คล้ายกับ Apple ที่แถมสติกเกอร์มาให้ในกล่องผลิตภัณฑ์เกือบทุกตัวเผื่อเอาไปแปะรถแปะ laptop ให้ดูเคร๋แบบ hipster กันได้ตามใจ และเอกสารอีกสองชิ้นคือคู่มือการใช้งาน

 มาดูที่ตัวนาฬิกากันบ้าง…นี่คือหน้าปัด

 พองัดออกมาจากล่องแล้วหันหลัง…จะเจอสายนาฬิกาหนังกลับสีเท่ารัดอยู่กับแกนกระดาษ

 เรามีหน้าที่ต้องถอดมันออกมาจากแกนกระดาษอย่างใจเย็นกลัวสายเสียหาย ไม่มีทางลัดแต่อย่างใด

 พอแกะห่อแกนกระดาษที่มีสายรัดนาฬิกาล้อมอยู๋เมื่อกี้ออกมา ก็จะผมกับสายชาร์จที่หัวไม่ค่อยจะมาตรฐานซักเท่าไหร่ หัวเสียบชาร์จเป็นแม่เหล็กดูดกับตัวนาฬิกา พร้อมช่องเสียบ USB

 หัวแม่เหล็กและช่องเสียบชาร์จบนตัวเรือนนาฬิกา

 กดปุ่มซ้ายแล้วเครื่องก็ติดขึ้นมา!…มันจะบอกเราว่า ถ้าคุณอยากใช้นาฬิกานี้ได้ คุณต้องโหลดแอฟลงโทรศัพท์เสียก่อน แล้วนำนาฬิกามาต่อ Bluetooth เพื่อรับข้อมูลจากโทรศัพท์มาขยายผลบนข้อมูลของเราต่อไป

 เวลาเจอใครแล้วเขารู้ว่าเราใช้ Smartwatch เขาก็จะสงสัยทันทีว่ามันใช้ทำอะไรได้บ้าง เอกจะซื้อมาทำไม? อันนี้คือประโยชน์ข้อแรกที่โง่ที่สุด แต่ผมชอบเองส่วนตัวคือ เราสามารถเลือกหน้าปัดนาฬิกาได้หลากหลายรูปแบบไม่ซ้ำกันได้อย่างในรูปข้างบน เพิ่มความสนุกในวันที่น่าเบื่อได้ดี

 มาถึง App บน iOS กันบ้าง ถ้าโหลดแอฟของทาง Pebble มาแล้ว แล้วเราลองเปิดดู ก็จะพบหน้าจอนี้

 ทาง Pebble จะให้เรา Sign-up account ของทาง Pebble เพื่อให้สามารถใช้งานนาฬิกาของเราได้ครบทุกฟังก์ชั่น

 แล้วก็ตั้ง username + password

สิ่งแรกที่ตัวแอฟจะทำเมื่อสมัคร Pebble Account คืออัพเดต software ของตัวนาฬิกาให้เป็น version ล่าสุด ใช้เวลาแค่ราว 2-3 นาทีก็เสร็จเรียบร้อย

วันนี้เอาเท่านี้ก่อนแล้วกันครับ ขอยกยอดการรีวิวตัว hardware และ software ของมันในรอบหน้าดีกว่า ตอนนี้ง่วงมาก จะตีสองแล้ว ขอลาไปก่อน…ราตรีสวัสดิ์ครับ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: