Online-Reviews

ขอบคุณภาพจาก Screenmediadaily.com

ก่อนอื่นขอออกตัวก่อนนะครับว่านี่ไม่ใช่ทฤษฎีใหม่ที่ผมกุขึ้นมาเองทั้งเพแต่อย่างใด ผมได้รับต้นความคิดมาจากการอ่านบทความ “Are you digitally obsessed?…Is offline going to be the new luxury?” โดย คุณ ปิยพร อรุณเกรียงไกร ในหนังสือ”คิด”ของทาง TCDC ถึงรูปแบบพฤติกรรมใหม่ๆที่ค้นพบได้จากกระแสการบริโภคสังคมออนไลน์อย่างบ้าคลั่งของคนยุคปัจจุบันไว้อย่างน่าอ่านยิ่งนัก

ผมอ่านจนจบแล้วเกิดความคิดต่อยอดว่า…เอ่อ จริงๆแล้วมนุษย์เราก็ไม่ได้เพิ่งมาเป็นพวกชอบสมาคมนิยมพวกพ้องกันซะหน่อย ไม่งั้นจะมีคำพูดฮิตติดปากที่ว่า “มนุษย์เป็นสัตว์สังคม” ออกมาได้อย่างไร เราหาทางนัดเจอกัน ส่งจดหมายกัน รวมกลุ่มกันมาตั้งไม่รู้กี่ร้อยล้านปีมาแล้ว เพียงแต่การมาเยือนของ Social network หรือสื่อสังคมออนไลน์ ที่ผสมกับความแพร่หลายของอินเทอร์เนตไร้สายต่อเชื่อมได้ไม่เลือกที่ได้จังหวะเวลาเหมาะเจาะ ทำให้กิจกรรมทางสังคมที่เราเคยต้องรอคอยโอกาสมาเจอกันหน้ากันตัวเป็นๆ หรือหาจังหวะที่เหมาะสมในการโทรไปหา หรือแม้แต่อดทนรอการมาถึงของจดหมายหรือโทรเลข กลายเป็นกิจกรรมที่ทำได้ตลอดเวลาอย่างน่าอัศจรรย์

แต่ในความอัศจรรย์ที่เทคโนโลยีรังสรรค์ให้เราทำกิจกรรมที่เราชอบได้สะดวกขึ้นและทำได้ทุกที่นั่นเอง…ทำให้เราเริ่มเสพติด เริ่มกลัวจะเข้าสังคมไม่ทันเพื่อน จนเกิดอาการที่คุณ  Caterina Fake ผู้ก่อตั้งเวบ Flickr ให้คำจำกัดความคนกลุ่มที่มีพฤติกรรมนี้ว่าผู้มีอาการ “FOMO” (fear of missing out) เรียกแบบไทยได้ว่าพวกกลัวตกกระแส จากจุดเริ่มต้นนี้เองทำให้เกิดกลุ่มพฤติกรรมความกลัวตามไม่ทันเพื่อนแตกแขนงออกมาหลากหลาย

เพื่อความเข้าใจและเสพได้ง่าย ผมสามารถขอจัดกลุ่มคร่าวๆไว้ 5 กลุ่มแล้วกัน

Type of missing out in online consumers

Type of missing out in online consumers

เริ่มจากอันแรกคือ FOMO หรือ fear of missing out ซึ่งเป็นพฤติกรรมขั้นเริ่มต้นของคนเล่นสังคมออนไลน์ อันเกิดมาจากการที่สื่อสังคมออนไลน์มีข้อมูลใหม่ๆไหลมาให้เสพอยู่ตลอดไม่รู้จักหยุดพัก คนเหล่านี้ไม่ชิน กลัวตามเพื่อนไม่ทัน เลยทำให้เกิดความกลัว

ขั้นต่อมา ถ้าคนไหนไม่สามารถอัพเลเวลการเสพข้อมูลหรือร่วมกิจกรรมในสังคมออนไลน์ได้ไวพอจนตามกระแสไม่ทัน จนเกิดความสงสัยว่าคนอื่นเขาทำอะไร ไปที่ไหนกันหมด ทำไมชั้นถึงตามไม่ทันซะที ลามไปจนถึงการจิ้นไปเรื่อยว่าเพื่อนตัวเองต้องกำลังทำอะไรเจ๋งโคตรๆอยู่แน่ๆ แต่ปิดเป็นความลับไม่ให้เรารู้ เกิดความวิตกกังวลเมื่อไม่ได้มีส่วนร่วมในความเคลื่อนไหวของเพื่อนตนเอง กลัวว่าจะถูกกีดกันออกจากกลุ่ม กลัวเสียเพื่อนไป จนยิ่งเสพติดการเข้าสังคมออนไลน์ อาการขั้นนี้เรียกว่า MOMO หรือ Mystery of missing out

ถ้าคนไหนแปลงความกลัวถูกทิ้งกลายเป็นแรงผลักดันให้ศึกษาวิธีการเสพข้อมูลบนออนไลน์ให้ได้ปริมาณมากขึ้น จับกระแสได้ไวขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพในการรับข้อมูลของตนเองจนเป็นที่ยอมรับของสังคมออนไลน์ในระดับกูรู ผู้รู้เห็นเรื่องราวข่าวสารไม่มีพลาดไปซะทุกเรื่อง ก็จะกลายเป็นกลุ่มที่สามที่ผมขอเรียกพวกเขาว่า NMMO หรือ No more missing out ผู้อัพ skill การโหลดข้อมูลเข้าฮาร์ดดิกส์ของตัวเองจนไม่กลัวการถูกทอดทิ้งหรือกลัวตามคนอื่นไม่ทันออกไปจากชีวิตได้ ผลที่ตามมาคือ ผู้เป็นนักท่องออนไลน์กลุ่ม NMMO จะเสพติดการมีตัวตนและติดอินเทอร์เนตจนนำสิ่งที่เกิดขึ้นในโลกเสมือนไปรวมกับโลกออฟไลน์จนแยกกันไม่ออก เปิดโอกาสให้โลกออนไลน์เข้าครอบงำชีวิตได้อย่างง่ายดาย

เมื่อมีสุดๆแห่งผู้ตามติดข้อมูลอย่างชั้นเซียนแล้ว…เรามาดูอีกด้านของเรื่องนี้กันบ้าง

ในมุมตรงกันข้ามเราจะเจอผู้คนที่เริ่มเบื่อหน่ายกับความวุ่นวายของกระแสข้อมูลที่พยายามยัดเยียดให้เรามากเกินจนรู้สึกไม่อยากรับรู้อะไรบ้างก็คงจะดีไม่น้อย จนเริ่มเกิดความตั้งใจจะไม่รับรู้ข้อมูลบางอย่างบ้างก็ได้ เริ่มควบคุมการใช้งานอินเทอร์เนตและสังคมออนไลน์ของตนเอง ผมเรียกกลุ่มคนที่เริ่มมีความตั้งใจและปรับพฤติกรรมแนวนี้ว่า WOMO หรือ will of missing out

เมื่อกลุ่ม WOMO ได้ทดลองควบคุมการเข้าสู่โลกออนไลน์ของตนจนได้กลับมาสัมผัสด้านอื่นของชีวิต เริ่มพบความสุขจากการหยุดรับข้อมูลเรื่องราวรอบตัว แล้วกลับมาสนใจตัวเองคนรอบข้าง กลุ่มผู้ค้นพบความสุขจากการกล้าถอดปลั๊กปิด Wifi บ้างก็ได้แบบนี้ ได้รับการเรียกขานว่าพวกเขามีพฤติกรรม Joy of missing out หรือ JOMO แล้ว โดย Anil Dash แห่งแอฟพรีเคชั่น ThinkUp ได้เป็นผู้บัญญัติไว้

สิ่งที่น่าสนใจจากความพยายาม Unplug ชีวิตให้รู้จักห่างออนไลน์บ้างก็ได้ในยุคที่เราสามารถเชื่อมต่อได้หรือถูกเข้าถึงได้ทุกที่จนไม่เหลือความเป็นส่วนตัวนั่นคือ กลายเป็นว่าการ Go offline กลับเป็นช่วงเวลาที่มีค่าและหาได้ยาก จนการ offline กำลังกลายเป็นนิยามใหม่ของชีวิตแบบ Luxury นิยามใหม่ของความหรูหราล้ำค่ากลับกลายเป็นวันเวลาที่มีความเป็นส่วนตัว ความปลอดภัย และการตัดขาดจากโลกภายนอก จนมีการนำกระแส JOMO มาสร้างโอกาสในการโฆษณา เช่นแคมเปญโฆษณาล่าสุดของ Durex หรือสร้างโอกาสทางธุรกิจอย่างสถานปฏิบัติธรรมที่นำเสนอจุดเด่นว่าปราศจากสัญญาณมือถือ หรือแม้แต่การกำเนิดของโรงแรมเพื่อการทำ Digital Detox โดยเฉพาะ

มาถึงตรงนี้ผมเริ่มอยากรู้แล้วสิครับว่า…คุณผู้อ่านจัดอยู่ใน online consumer ขั้นไหนกันน้าาาา??

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: