banner4

มาอัพเดตประเด็นเด่นในงานรวมตัวของคนทำ digital marketing ที่น่าจะมากที่สุดแห่งปีงานนึงจนถ้ามีเหตุระเบิดในงานนี้ ประเทศไทยคงไม่มีคนทำงาน digital marketing ไปอย่างน้อย 2-3 ปี อย่างงาน “Spark Conference 2: Age of Expertise” แบบรวบๆสไตล์ผม ข้างล่างนี้เลย…..


2015 Digital Outlook by คุณศิวัตร เชาวรียวงษ์ นายก DAAT (Digital Advertising Association Thailand)

  • 2015 จะเป็นปีที่ดีและเติบโตที่สุดในวงการ digital marketing
  • สมาร์ทโฟนมือหนึ่งราคาถูกแค่ 1-2 พันบาท ทำให้คนทั่วไปย้ายจาก featured phone มาเป็นผู้ใช้สมาร์ทโฟนหน้าใหม่ หลายคนยังไม่รู้จัก internet ด้วยซ้ำไป นักการตลาดควรเข้าไปสัมผัสลูกค้ากลุ่มนี้เพื่อให้เข้าถึงตลาด mass
  • Traffic ที่เข้าเวบไซท์ขายของ online มาจาก mobile เพิ่มขึ้นจาก 38% ใน 2014 เป็น 58-70% ในปีนี้
  • ปัจจุบันโทรศัพท์มือถือเป็น Smartphone มากกว่า 30% แล้ว
  • การเปิดตัวของ YouTube Thailand และ Line TV ทำให้ digital video สามารถสร้างรายได้ได้เหมือนทีวีแล้ว เป็นปัจจัยดึงดูด content ดีๆให้เข้ามา…ที่สำคัญคือตลาดมันเปลี่ยนจากกลุ่มเฉพาะมาเป็น mass ที่ใหญ่มากๆ
  • เดิม Search marketing โรงแรม สายการบิน ท่องเที่ยว เป็นผู้ครองอาณาจักร…แต่ปัจจุบันคือ”ทุกคน” คนๆเดียวก็มีธุรกิจออนไลน์ได้
  • แหล่งเงินของ digital marketing มาจากแหล่งใหม่ๆ ทั้งจากฝ่ายขาย ฝ่ายบริการหลังการขาย หรือแม้แต่คนทั่วไปบ้านๆร้านข้างทาง
  • Search marketing investment < ยอดขายที่มาจากออนไลน์…ถ้าตราบใดยังเป็นอย่างงี้อยู่ ธุรกิจออนไลน์นั้นก็จะดำเนินได้ต่อไป
  • Classify ของ micro business ย้ายจากสมุดหน้าเหลืองมาทำ Search marketing กันหมด
  • แบรนด์เล็กๆมาเบียดแทรกแบรนด์ใหญ่ๆได้สบายใน Search marketing –> การแข่งขันสูงขึ้นอย่างแรงสำหรับทุกคน
  • การโฆษณาบน online เมื่อมาเจอ remarketing มันกลายเป็นการผนวกทักษะนักขายชั้นเยี่ยมเข้าไปในการโฆษณา online
  • แต่พอข้อมูลการซื้อหาง่าย การ review สินค้าเลยเปลี่ยนจากเฉพาะสินค้า high involvement อย่าง รถยนต์ มือถือ กลายมาเป็นของเล็กๆอย่าง กรรไกรตัดหญ้า ถ่านใส่รีโมทรถยนต์ ก็มีรีวิว
  • กลุ่ม new internet user กลุ่มใหม่ขี้เกียจค้นคว้าในการซื้อสินค้ากว่ากลุ่ม early adoptors…เพราะฉะนั้นเขาจะเลือกเชื่อคำแนะนำจากเพื่อนหรือรีวิวในการซื้อสินค้ามากกว่าแล้ว
  • สรุปประเด็น…new internet users / higher online purchasing power / new sales channel more online shops / great product availiability / higher competition / rely more on opinion and advice / higher volume of conversation and comparison / action and skill sellers

Content marketing in 2015 by คุณณัฐพัชญ์ วงษ์เหรียญทอง Vice President, Head of Online Marketing บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน)

  • อะไรคือ content marketing?
  • แนะนำว่าในชีวิตนี้ควรดู Ted Talk: Start with why เพราะในการทำ content marketing มันต้องเริ่มจาก “เราทำ content ไปเพื่ออะไร?”
  • คนเดี๋ยวนี้สนใจแค่ว่า fan เท่าไหร่? %ER เท่าไหร่?
  • Content มีไว้ทำอะไร และ มีไว้เพื่ออะไร? นั่นต่างหากที่สำคัญ

traditional-publicity-vs-content-marketing_50291a8a7fd68_w1500

  • Traditional publicity = การเข้าไปแทรกตัวเพื่อโฆษณาสินค้า แต่…Content marketing (advertiser mindset) = ให้ข้อมูลที่คนต้องการเพื่อสนับสนุนให้เขาซื้อสินค้าของคุณ (give valuable information / publisher and journalism mindset)
  • ต้อง challenge ผู้บริหารให้เข้าใจ concept ที่ต่างของการทำ content marketing ก่อนที่เริ่มทำ
  • คำถามสำคัญ “Content นี้ให้คุณค่าทางการตลาดกับสินค้าและแบรนด์นี้ยังไง?” และ “ผู้บริโภคได้อะไร?”
  • 2-keyword for content strategy –> Output* สิ่งที่ทำหรือ execution vs Outcome*** คนดู content คุณแล้วเขาได้อะไร…ดูแล้วทำไมคนถึงจะอยากซื้อสินค้าของเรา
  • คนที่มาทำ content ต้องหาคนที่มี “Journalism mindset” หรือ “Sense of content”
  • จะทำ content ต้องลงทุน ไม่ใช่ได้มาฟรีและลวกๆ ต้องใช้ทั้ง คน เงิน และเวลา
  • KPI ต้องอธิบายการทำงานของคุณ ต้อง relevant
  • การทำ content หรือการทำ Kaizen หรือพัฒนาการทำ content ไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด เพราะโลกและความชอบของคนเปลี่ยนไปตลอดเวลา…แม้แต่ Starbucks ยังปรับวิธีการวางของใน

escime_agencycontentlifecycle-1024x791

  • Content life cycle ต้องทำครบ cycle แบบรูปด้านบน
  • สุดท้ายต้องมีเงินทั้งสำหรับการทำ content และการโปรโมท content…ต้องมีทั้งคู่ (OMD case…ไม่มี content ไหนที่เป็น viral content แต่เราแค่ผลิต content ที่คนน่าจะชอบและแชร์ แล้วมีการโปรโมทให้คนเห็นมากที่สุด ถ้าคนไม่เห็น ยังไงก็ไม่ viral)
  • Time for a change?
    • Consumer change…multi screen culture
    • Communication change…touchpoint increases from 16 to 40+
    • Marketing change…Traditional marketing + Digital marketing = We do marketing in digital world

ความเห็นผม…รอบนี้พี่แกะจัดหนักถึงใจจริงๆ ออกจะล้นนิดๆด้วยซ้ำ แต่ดี ให้พี่ได้ระบายความในใจสมัยทำ agency บ้าง และขอบคุณมากที่พูดกับลูกค้าแทนผมครับ ลูกค้าเชื่อพี่แกะมากกว่าแน่นอน


“Content that ‘Change’” หรือ Content ที่สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงได้ by คุณสุหฤทธิ์ สยามวาลา กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดี เอช เอ สยามวาลา จำกัด

IMG_2770

  • จะทำ content ต้องทำด้วยหัวจิตหัวใจที่คิดว่าจะชนะ เวลามีนักข่าวมาถามคุณสุหฤทว่า “คุณมาเป็นสีสันในการเลือกตั้งผู้ว่าฯใช่ไหมครับ?” ซึ่งไม่เคยอยู่ในความคิด
  • Content is like…
    • Composing a song…มันมี success recipe ของเพลงฮิต
      • Intro สำหรับคุณสุหฤทมันคือการทำ MV เพลงสมมุติ / ทำโลโก้ / แตกต่างด้วยความทันสมัยที่เป็นตัวตนคนกรุงเทพจริงๆ
      • Verse เน้นขอการสนับสนุนจากทุกคนด้วยความจริงใจไม่ใช่เงินและหนี้บุญคุณ ทำให้ไม่ต้องไปทุจริตเพื่อชดใช้ทีหลัง ออกมาเป็น campaign “นิ้ว17” กว่า 3-4พันรูป ให้ข้อมูลความจริงในรูปแบบ infographic ที่คนเสพง่ายเพราะคนไทยไม่ชอบอ่าน
      • Bridge เดินล้านก้าวหาเสียงจนน่องโป่ง
      • Hook ใช้ถังขยะเป็นป้ายหาเสียง ถึงแม้จะโดนคู่แข่งเล่นว่าโกงเลือกตั้งโดย “สัญญาว่าจะให้”
      • Ending –> Content can be killed มีคนเชียร์เยอะ แต่พอเอาจริง…กาคนอื่น ด้วยประโยคที่ว่า “ไม่เลือกเรา…เขามาแน่”
    • เป็นบทเรียนที่ว่า “Content is liquid, content can be killed”
    • ถ้าถามว่า…จะกลับไปลงเลือกตั้งอีกไหม ผมขอตอบว่า “ไม่” ถ้าสังคมยังขัดแย้งกันอยู่

Why It Pays to Be Likeable: 7 simple social concepts to drive business results by ณ Dave Karpen ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้งบริษัท Likeable Local

0ec175b

why-it-pays-to-be-likeable-7-simple-social-concepts-3-638

  • 7 ข้อสำคัญที่จะทำให้ธุรกิจของคุณเป็นที่รัก
    1. Listen เวลาฟัง ต้องฟังจริงๆ ไม่ใช่ฟังเพื่อจะรอพูดสิ่งที่ตัวเองอยากพูด นั่นคือสิ่งที่คนส่วนใหญ่ทำ e.g. เดฟมีปัญหากับการ check-in online แล้วไปบ่นใน Facebook คำตอบที่ได้จาก Admin ทำให้เขาประทับใจแล้ว recommend คนอื่นอีกมากมายให้มาใช้บริการหลังจากนั้น เพราะฉะนั้นบางครับ ROI ไม่ได้มาจากการลงทุนมากมาย แต่การโต้ตอบกับลูกค้าที่ฟังอย่างเข้าใจและโต้ตอบได้ถึงใจลูกค้า
    2. Respond to everyone ตอบทุกสิ่งที่ถามและ comment มายังแบรนด์ เป็นสิ่งที่แบรนด์ถึง 60% ในโลกพลาดไปจริงๆ / Delete social message = We Don’t care about you! / ในหลายครั้งการลบข้อความแค่หนึ่งข้อความทำให้เกิดความเสียหายได้มหาศาลอย่างตัวอย่าง อย่าง United Airline ที่ลบข้อความ complain ของลูกค้าที่กีต้าร์เสียหายจากการบิน นักร้องคนนี้เลยทำ MV – United breaks guitars ขึ้นมาทำชื่อเสียอย่างแรงให้แบรนด์สายการบินนี้ / “I’m sorry” and “Thank you” are the most important words in social media ขอโทษให้เป็น ขอบคุณให้เป็น
    3. Tell, don’t sell อย่าจ้องแต่จะขาย เวลามีคนขอความช่วยเหลือ / Get your customers to tell your brand’s story for you…but how? Mary@McDonalds case
    4. Be authentic, be real ตอบกลับ consumer ด้วย mood & tone ที่เป็นของตัวเอง ทั้ง online และ offline
    5. IMG_2771-0Advertise…better ใช้ประโยชน์จากความสามารถในการทำ targeting ที่ลึกมากๆในปัจจุบันให้คุ้มค่านั้นดีกว่าโฆษณาหว่านให้คนเห็นเยอะๆ แต่ไม่ใช่กลุ่มเป้าหมาย / 92% ของคนเล่น social media เชื่อและทำตามเพื่อนตัวเองที่สุด social context มี impact มากที่สุด
    6. Provide value, for free เพราะ The more you give, the more you get บน social media เช่น การแจกสินค้าฟรีเพื่อขอให้คนมีส่วนร่วม webinars articles e-books รู้จักให้เยอะๆ ก็จะได้กลับมาเยอะเอง
    7. Be grateful ไม่ว่ายังไง personal touch ก็สร้าง impact ได้ดีกว่าเสนอ เขาทดลองโดยการส่งการ์ด “Thank you” ผ่านทาง e-mail ส่วนนึง และเขียนด้วยลายมือตัวเองอีกส่วนหนึ่ง และได้ค้นพบว่าได้รับผลลัพธ์ดีกว่าแบบ e-mail ถึง 38% เลยทีเดียว
  • อนาคตของ Content Marketing business model –> CaaS = content as a service –> distribute contents as a service to brand on monthly basis

“How YouTube would change the way of marketing” by คุณพรทิพย์ กองชุน หัวหน้าฝ่ายการตลาด Google ประเทศไทย

  • การเปิดตัวของ YouTube Thailand หลักใหญ่สุดเน้นให้เกิด ecosystem ที่ให้คนดูและคนทำ content สามารถอยู่ร่วมกันได้ ด้วย monitisation model

IMG_2777-0

  • ปีที่แล้ว ตอนเปิดตัว 1/3 ของคนดู YouTube ในไทยดูบนมือถือ…แต่พอมา Dec’14 เพิ่มเป็น 81% (สำรวจโดย TNS)

IMG_2772

  • YouTube Globally

IMG_2776

  • คนดู YouTube เยอะมากกก แต่มี subscriber น้อยมาก

IMG_2780

  • ในไทยบน YouTube คนชอบฟังเพลงมากที่สุดถึง 62% โดยส่วนใหญ่เป็นการปล่อยให้ playlist วิ่งไปเรื่อยๆ ในขณะที่คนดูทีวีชอบดูละครมากที่สุด
  • นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไม YouTube ถึงเลือกจะเปิดตัว “Music Key” เป็นแห่งแรกในไทย ขณะที่ยังอยู่ในช่วงทดสอบที่อเมริกา

IMG_2779

  • คนไทยรับ multi-device culture มากันเต็มๆ โดยเน้นที่  TV+mobilephone ไม่ค่อยสนใจ tablet

IMG_2778

  • ส่วนช่วงเวลาในการดู content จะแตกต่างกับ TV เล็กน้อย
  • การมาของ YouTube TrueView ทำให้เกิดคำถามว่า…แล้วมันได้ผลจริงเหรอ?
    • ถ้าสำหรับ skippable ad นั้นคนส่วนใหญ่ราว 80% รู้สึกโอเคกับมัน เพราะมีสิทธิ์เลือกจะดูหรือไม่ดูก็ได้
    • สำคัญที่สุดคือ content ที่คนชอบ ที่มันดี มี organic ที่ดี
    • 5 ข้อสำคัญในการทำโฆษณาบน YouTube
      1. Take all the time you need โดยปกติแล้วคลิปยาว 3-5 นาทีก็พอแล้ว แต่ถ้ามันดีก็ยาวกว่านั้นได้
      2. Creating a viral video is not a strategy anymore…you virtually cannot design the viral –> “Hero + Hub + Hygiene” is the strategy
        1. Hero –> Lego the movie trailer
        2. Hub –> Lego product line introduction
        3. Hygiene –> Be the most compelling answer to the question people regularly ask, e.g. how to maintain Lego condition, how to build Lego city, customer service guideline
      3. ต้องเปลี่ยนโฆษณาให้เป็น content ที่น่าสนใจ
      4. เปลี่ยน viewer ให้เปน superfan
      5. ท้ายที่สุดเปลี่ยน viewer เปน consumer ในที่สุด เพราะความชอบใน brand เรา
    • ทางลัดในการทำ YouTube channel
      1. Create –> ทำเองส่วนหนึ่ง
      2. Curation –> ไปเอา content ของคนอื่นเกี่ยวข้องมารวบรวม
      3. Collaboration –> ร่วมมือกับคนที่เป็น creator อยู่แล้วมาทำให้

IMG_2781

IMG_2782

IMG_2783

ความเห็นผม…เป็นการอำลาพี่อ้อในฐานะ Googler มีข้อมูลใหม่ๆเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมผู้ชม YouTube ในไทยมาหลายอย่างน่าสนใจ โดยเฉพาะเรื่องคนดู YouTube น้อยช่องเช้าซึ่งต่างจาก TV ผมจะเห็นเป็นโอกาสว่าควรมี digital video content ยามเช้าด้วย แต่รวมๆยังเน้นที่ message เดิมที่ Google ไม่อยากให้คนเอา YouTube TrueView มาใช้ลงงบโฆษณาทีวีเหลือๆเท่านั้น เพราะผู้ชมจะเบื่อ ไม่มีใครได้ประโยชน์


Digital Economy กับอนาคตประเทศไทย by คุณสุรางคณา วายุภาพ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารแห่ง สพธอ. หรือ ETDA

11051148_10155262772945527_1803349417_n

  • มูลค่า e-payment ในไทยปี 2014 มีมูลค่า 825 ล้านล้านบาท
  • มูลค่า e-commerce ในไทยปี 2013 อยู่ที่ 744 ล้านล้านบาท
  • ประเทศไทยมีรัฐบาลที่มีความสามารถทางอิเลกทรอนิกส์แย่ลงทุกปี ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา
  • เวบไซท์รัฐบาลไทยและความปลอดภัยทาง IT ของไทยเราแย่ที่สุดใน AEC
  • โดยรวมความสามารถในการแข่งขันด้านดิจิตอลของเราพัฒนาช้าเกินไปมาก จนล้าหลังเกาหลีและประเทศเพื่อนบ้านไปหมด
  • เลยเป็นที่มาของ Digital economy ที่เน้นสร้างความปลอดภัยในการทำธุรกรรมทางอิเลกทรอนิกส์ ในสามารถยืดยันตัวตนของผู้ทำธุรกรรมทุกคนได้
  • รัฐเน้นทำหน้าที่เป็น promotor หรือผู้อำนวยความสะดวกจริงๆ และปล่อยให้เอกชนเป็นผู้เล่นผู้พัฒนา
  • ประเทศไทยมีปัญหาอีกอย่างคือเรื่อง standardization เรามีมาตรฐานของโลกดิจิตอลที่งงๆทำให้การทำงานติดขัดพัฒนาไม่ออก ต้องทำการสร้างมาตรฐานของภาครัฐใหม่ให้เป็นมาตรฐานโลก

IMG_2784


Panel Discussion: “How Content Marketing influence purchasing path” ร่วมสนทนาโดย คุณกฤตธี มโนลีหกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท Sanook! Online จำกัด, คุณ Wolfgang Jaegel ประธานเจ้าหน้าที่บริหารจาก Syndacst และ คุณจันทร์เพ็ญ จันทนา Senior Vice President (SVP) Integrated Digital Marketing Management จาก SCB

  • Content ที่ดีมัน Agaligo มันเหนือกาลเวลา เอาไปไว้ตรงไหนใน channel ไหนก็ได้
  • คนที่ทำ content ได้ไม่จำเป็นต้องเป็น digital-native แค่ต้องมีความเข้าใจว่าคนชอบอะไร
  • ความกล้าลองผิดลองถูกทำให้เกิดสิ่งดีๆใหม่ๆขึ้น
  • Sanook เริ่มนำ DMP มาใช้เพื่อพัฒนาการทำ targeting การ track พฤติกรรมได้ดีขึ้น
  • การเกิดขึ้นของนักข่าว social ทำให้นักข่าวมืออาชีพแบบเดิมต้องปรับตัวมาเขียนแบบ social news มากขึ้น แต่การเปลี่ยนแปลงจะค่อยๆเป็นค่อยๆไป
  • ด้วยความที่สื่อมันกระจัดกระจายมาก (media fragmentation) ทำให้การทำ content ถึงแม้จะเป็นเรื่องเดียวกัน แต่ต้องปรับรูปแบบให้มันเข้ากับแต่ละสื่อมากกว่า เรียกว่า “1เนื้อหาหลายรูปแบบ”

กล่าวสรุปท้ายงาน by Econsultancy

  • ใครที่ซื้อบัตรสัมมนา…อย่าลืมไปโหลด report ฟรีของ e-consultancy นะครับผม

โดยสรุปแล้ว…ในความคิดผมนะ…มันเป็นการยืนยันว่าสุดท้ายแล้ว การเกิดขึ้นของ digital marketing ถึงแม้จะทำให้เราหลงไปกับ performance, KPI, affiliation และเทคนิคล้ำเลิศบรรเจิด technology กันมากมาย ไม่ว่าการตลาดจะพัฒนาการไปแค่ไหนก็ตาม แต่สุดท้ายมันจะกลับมาในยุคที่ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการนำเสนอ “เนื้อหาที่คนต้องการ” ไปถึง “คนที่ถูกต้อง” ใน “จังหวะและเวลาที่เขาต้องการ” ซึ่ง digital technology ทำให้เราสามารถทำการตลาดได้แม่นยำขึ้นในทุกๆมุมที่ผมกล่าวมา …สุดท้ายเราก็กลับมาสู่ยุคที่ Second to none หรือ สูงสุดคืนสู่สามัญ อะไรบ้านๆง่ายๆเข้าใจผู้บริโภค ยังเป็นสุดยอดพื้นฐานในการทำการตลาดที่ดีเสมอ

ขอขอบคุณ Speakers ทุกคนที่แชร์ของดีน่าเอาไปคิดทำงานเจ๋งๆกันต่อได้ และเพื่อนๆวงการเดียวกันที่เงียบนั่งตั้งใจฟังทำให้เป็นวันเสพความรู้เพิ่มพลังที่ดีเยี่ยมนะครับผม

Link to event promotional page http://thumbsup.in.th/2015/02/official-agenda-spark-conference-2-age-of-expertise/

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: