เรื่องที่ผมยกขึ้นมาวันนี้น่าจะเป็นเรื่องที่หลายคนสงสัยและสับสนมานานครับว่า

เมื่อไหร่เราควรจะใส่ “be”  เข้าไปในประโยคหลังคำกิริยา?

มันเกิดขึ้นมาเมื่อสามวันก่อนครับ แฟนผมถามว่า…

ตะเอง…เมื่อไหร่เราควรใส่ “be” เข้าไปเวลาพูดอะ…งงจัง

ผมเลยอธิบายไปประมาณนี้ครับ…

ผมอธิบายง่ายๆครับว่าเราจะใส่ “be” เข้าไปในประโยชน์หลัง verb (คำกิริยา) หรือไม่อย่างไรนั้น ให้ลองจินตนาดูว่าครับว่า ถ้าให้ subject (ประธานของประโยค) ทำสิ่งที่ verb มันบอกให้ทำเมื่อไหร่แล้วมันแปลกๆ…นั่นแหละ ควรจะเริ่มคิดแล้วว่าต้องใส่ “be” เข้าไปแล้วล่ะ

ยกตัวอย่างเช่น ถ้าผมจะไปขับลองขับรถ BMW ถ้ามนุษย์ปกติเราก็จะพูดว่า

I will drive BMW this evening

แต่ถ้าเราลองใหม่ครับ เปลี่ยนให้ BMW เป็นประธานบ้าง…ดูซิจะเป็นยังไง

BMW will drive me this evening

เป็นไงครับ…อ่านแล้วรู้สึกแปลกๆไม๊?? นี่ตกลงไอ้เจ้ารถ BMW มันขับเราได้แล้วหรือนี่?! ถ้ามันออกแปลกๆแบบนี้ นั่นแหละครับเราควรเอา “be” มาใส่ เพราะว่าเจ้ารถ BMW คงไม่สามารถอาจหาญมาขับเคลื่อนตัวมันเองได้จนกว่ามนุษย์จะadvanceทำรถขับตัวเองได้ เพราะฉะนั้นเจ้ารถ BMW ต้อง”ถูกกระทำ”การขับด้วยคนถูกไหมครับ

Keyword คือคำว่า”ถูกกระทำ”ครับ

ถ้าเมื่อไหร่ที่ ประธานทำตามที่สิ่งที่คำกิริยาบอกไม่ได้หรือทำแล้วมันดูผิดธรรมชาติ นั่นแหละครับคือเวลาที่เราจะนำ “be” มาใส่เข้าไปแปลงให้ประโยคเป็น passive sentence หรือประโยคบอกการถูกกระทำชำเรา

เพราะฉะนั้นถ้าจะบอกว่ารถ BMW จะถูกขับโดยผมในเย็นนี้ ประโยคที่ถูกต้องควรเป็นเล่นนี้ครับ

BWM will be driven by me this evening

ขั้นตอนในการปรับประโยคให้เป็น passive มีดังนี้ครับ…

  1. เอาผู้ถูกกระทำ(ชำเรา!!) มานั่งเป็นประธาน (subject) ข้างหน้าประโยค
  2. ตามด้วย verb to be ซึ่งทำหน้าที่แปลงประโยคนี้ให้เป็น passive sentence ตามโครงสร้างแบบนี้ (subject + verb to be + verbช่อง3) ซึ่ง ณ ที่นี่ เราพูดถึงอนาคตและแถมเป็นอนาคตที่ถูกคนอื่นกระทำย่ำยีอีกด้วย เพราะฉะนั้นคำว่า”จะ”หรือ”will”จึงเข้ามาทำหน้าที่ในจุดนี้
  3. แต่เนื่องจากน้อง “will” ทำหน้าที่เป็นผู้ชี้อนาคตไปเรียบร้อยแล้ว จึงต้องตามน้อง “be” มาช่วยทำให้ประโยคนี้เป็น passive sentence ที่สมบูรณ์มากขึ้น เพราะไม่งั้นนำ verb ช่อง3 มาตามติดไม่ได้นะจ๊ะ
  4. ตบด้วยคำกิริยาที่ช่วยเติมเต็มการอธิบายอย่างในประโยคนี้คือ “drive” หรือขับรถ แต่ก่อนนำไปใส่ต้องถูกแปลงให้เป็นช่อง3อสมท.เสียก่อน นั่นคือ drive > drove > driven!!
  5. ราดtoppingเพิ่มด้วยคำว่า “by” เพื่อบอกว่าเจ้า BMW จะถูกกระทำชำเรา”โดย”ผู้ใด…สังเกตครับว่าในตัวอย่างประโยคแรก “I will drive BMW this evening” จะไม่มี “by” อยู่
  6. สุดท้าย บอกไปว่าให้จะเป็นคนผู้กระทำสิ่งนั้น เอาเขามาเป็นกรรม (object) แทนที่จะเป็น “I” ก็แปลงเป็น “me” แล้วเอาไปใส่ต่อท้าย ตบด้วยผักชีอย่าง “this evening” ที่ช่วยตบให้สิ่งที่เราอยากบอกในประโยคนี้สมบูรณ์ครบถ้วน

ขอยกตัวอย่างที่เพิ่งเจอมาจากถุง H&M เมื่อวานนี้อีกซักอันแล้วกันครับ ปกติถ้าเราจะบอกว่า”ถุงนี้ผลิตมาจากพลาสติกรีไซเคิล” เราจะพูดว่า…

This bag made from recycled plastic

แต่ข้อความบนถุง H&M ต่างออกไปครับ เขาต้องการให้ข้อความมันดูขี้เล่นขึ้นนิดนึงเลยมีการแปลงวิธีพูดให้เหมือนถุงมันลุกขึ้นมาพูดได้เอง!! ประโยคเลยออกมาเป็นแบบนี้…

I’m made from recycled plastic

การทำให้เจ้าถุงพลาสติกลุกขึ้นมาพูดได้นั้น ก็ไม่ยากเลยครับ อย่างแรกเจ้าถุงพลาสติกมันผลิตตัวมันเองได้ไหม?? คงยังไม่เทพขนานดนั้นใช่ไหมครับ งั้นประโยคนี้ต้องทำเป็น passive sentence เพื่อสื่อความหมายว่า เจ้าถุงใบน้อยๆ”ถูกผลิต”ขึ้นมานะจ๊ะ ไม่ได้ลุกขึ้นมาผลิตตัวเองได้ตามขั้นตอนนี้

  1. จับน้องถุงพลาสติกใบน้อยมานั่งเป็นประธานข้างหน้าแถวเลย แล้วเพื่อให้น้องถุงพูดได้เลยต้องแปลงให้น้องถุงเรียกตัวเองว่า”ฉัน”ได้ เลยใช้”I”เป็นประธานของประโยค
  2. ตามด้วย verb to be ตามโครงสร้างของประโยคแบบ passive และในเมื่อประธานเป็น “I” เลยต้องใช้ verb to be เป็น “am”
  3. รอบนี้เรามีน้อง “am” ทำหน้าที่เป็น verb to be ผู้น่ารักไปแล้ว เลยไม่ต้องเติม “be” ต่อให้วุ่นวาย
  4. ตามด้วยช่อง3อสมท.ของเรา ซึ่งในประโยคนี้คือ”ผลิต” นั่นก็คือ make > made > made!!
  5. เสริม topping ให้เต็มรสชาติด้วยคำเชื่อมให้รู้ว่าน้องถุงถูกผลิตมาจากไหน จึงต้องวานให้ “from” มาอยู่ช่วยเชื่อมตรงนี้เพื่อตบท้ายด้วย
  6. “recycled plastic” ซึ่งเป็นกรรมของประโยคนี้ที่ถูกนำไปผลิตเป็นน้องถุงพลาสติก

จากสองตัวอย่างยกมาให้เห็น น่าจะช่วยให้เป้นภาพมากขึ้นนะครับว่าถ้านำ passive sentence มาใช้ในชีวิตประจำวันต้องทำยังไง ถ้ายังรู้สึกว่ายากอยู่ แนะนำให้ลองแปลงเล่นเองบ่อยๆครับ ว่างปุ๊บลองหาหนังสือภาษาอังกฤษเข้าเวบไซท์แล้วลองเล่นเองเลย ทำบ่อยๆทำทุกวันรับรองว่าเข้าหัวแน่นอนครับ

ถ้าอยากถามอะไรเพิ่มเติมยินดีเสมอเลยนะครับ ทิ้งข้อความไว้ที่ comment box ด้านล่างได้เลยจ้าาาา

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: