วันนี้ผมได้มีโอกาสมาร่วมงานสัมมนาเกี่ยวกับ Digital Marketing ชื่องาน “WebPresso”

ประเด็นที่เหล่า Speakers หยิบยกมาพูดน่าสนใจหลายๆอย่างเลยอยากนำมาแชร์ให้เพื่อนๆได้อาหารสมองไปด้วยกันในweekendนี้

ในช่วงครึ่งแรกเป็นการเสวนาเกี่ยวกับทิศทางของธุรกิจ e-commerce ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร…

เทรนด์แรกที่มีการพูดถึงในงานคือ e-commerce ที่แตกแขนงไปจากหน้าเวบแบบPCไปสู่หน้าจอต่่างๆให้คุณได้พร้อมเสียเงินทุกนาที คนไทยจะซื้อของในเนทมากขึ้นแน่นอนจากคว่มพร้อมของ Internet connection และ Devices 30%ของtrafficการซื้อTarad.comมาจากMobile และในการทำe-commerceนั้นควรทำสามอย่าง คือ Large คือมีcontentประกอบสินค้าหรือข้อมูลสินค้าที่ครบถ้วน Live คือไม่นิ่งเวบไม่ตายมีของใหม่ๆตลอด สุดท้ายคือ Long-tailed คือมีรายการสินค้าเยอะๆ ซึ่งพิสูจน์มาแล้วว่าทำยอดขายได้ดีกว่าจำนวนสินค้าน้อย บางครั้งแค่เอาสินค้าเดิมมาจัดใส่เป็นmultipackได้SKUใหม่ก็เพิ่มยอดขายได้ อีกประเด็นที่น่าสนใจและมาแน่ในปี2013คือเวบe-commerceจะเปลี่ยนเวบจากที่เป็นCatalogอย่างเดียวเลย หรืิอแม้แต่เจ้าของสินค้าต่่างๆจะขยับการทำcampaignบนเนทให้พ่วงcommerceเข้าไปในตัวเลย คือถ้าเห็นcampaignแล้วชอบใจก็สามารถซื้อได้เลยโดยเฉพาะสินค้าFMCG สิ่งนี่้เกิดขึ้นได้ก็จากการที่ debit card เริ่มสามารถใช้ซึ่งสินค้าผ่านเนทได้แล้ว ขณะนี้มีอย่างน้อย3แบงค์ใหญ่ในไทย รวมไปถือระบบการขนส่งสินค้าที่มีผู้ให้บริการเข้ามาเพิ้มขึ้นนอกจากไปรษณีย์ไทย ซึ่งจะช่วยให้ต้นทุนทั้งเงินและเวลาในการทำlogisticลดลงไปอีก

เทรนด์ที่สองคือรูปแบบการโฆษณาบนเนทเปลี่ยนไปจากเน้นแต่แบนเนอร์มาเป็น social network ทั้งในรูปแบบการสร้าง”Like”ในเพจของตัวเองและไปลงcontentในเพจที่ได้รับความนิยมอยู่แล้ว อีกอย่างหนึ่งคือvideoโดยมีสองรูปแบบคือViral videoคือคลิปสั้นที่เน้นเนื้อหาโดนๆให้คนแชร์กันต่อเองเยอะๆและLong videoที่เน้นเนื้อหากินใจให้คนรู้สึกประทับใจในสินค้า

ประเด็นต่อมาคือAEC ซึ่งถือว่าเป็นโอกาสและในขณะเดียวกันก็เป็นอุปสรรคที่สำคัญ มันเป็นโอกาสที่ดีในการขยายตลาดโดนไม่คาดคิด อย่างเช่นเถ้าแก่น้อยที่มีออเดอร์จากจีนผ่านการsearchแล้วมาติดต่อมาจากcontactที่ใส่ไว้บนเวบ เพราะฉะนั้นเบื้องต้นธุรกิจไทยควรทำlanding pageในภาษาต่างๆในอาเซียนประกอบกับการทำ Search Marketing ในพื้นที่อาเซียน แต่ในมุมกลับกันการเปิดAECน่าจะสร้างความลำบากให้ธุรกิจC2Cอยู่ไม่น้อย จากการที่ขอบเขตของตลาดจะถูกบังคับให้ขยายไปโดยปริยาย ธุรกิจC2Cจะเจอการแข่งขันจากประเทศเพื่อนบ้านแน่นอน อีกอย่างหนึ่งอุปสรรคด้านภาษาและวัฒนธรรมที่ประเทศอื่นๆในAECเป็นมุสลิมที่ใช้ภาษาBazar Indonesiaกันกว่าครึ่งภูมิภาค อีกประการหนึ่งที่น่ากลัวคือจะเกิดการล่าหัวบุคลากรด้านe-commerceและdigital marketingกันอน่างหนักหน่วงในภูมิภาคจากที่แต่เดิมก็ขาดแคลนอยู่แล้ว

ต่อมาช่วงครึ่งหลังก็เป็นประเด็นที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือ…5 screens culture

ฟังทีเรียกแล้วเวียนหัวเพราะปีที่แล้วเราเพิ่งพูดถึง 4 screens ที่ประกอบไปด้วย Laptop TV mobile phone และ Tablet แต่ Country manager ของ Google Thailand พยายามนำเสนอ ProjectGlass เป็นหน้าจอที่5 ถึงแม้ส่วนตัวผมไม่ค่อยเห็นด้วยเท่าไหร่เพราะเป็นไม่ชอบใส่แว่นตา แต่มันมีอะไรหลายอย่างที่น่าสนใจอยู่ในนั้น เพราะในการเตรียมการนำ ProjectGlass มาขายในเมืองไทยนั้นทาง Google ได้มีการเตรียมระบบสั่งงานด้วยเสียงภาษาไทยที่เรียนรู้โครงสร้างประโยชน์แบบไทยๆได้ และระบบเสียงพูดนำทางภาษาไทยที่เป็นธรรมชาติมากขึ้น…นั่นแหละที่ผมคิดว่าจะเป็นตัวเปลี่ยนเกมส์ที่ทำให้รูปแบบของอุปกรณ์ดิจิตอลรอบตัวเราจะหลากหลายขึ้นอีกเพราะมันจะใช้งานง่ายอยู่ด้วยแล้วมีความสุขกว่าในปัจจุบัน

เรื่องต่อมาก็เป็นเรื่องเดิมๆที่คนทำงานในสายงานนี้รู้กันคือ mobile โน้นนี่นั่นที่ Google พยายามบอกให้ทุกคน GoMo คือให้ทุกคนพัฒนาทุกอย่างบนโทรศัพท์มือถือเพราะมันกลายเป็นหน้าจอหลักไปแล้ว ในบ้านเราตอนนี้คนใช้เวลา 6.6ชั่วโมงต่อวันบนมือถือ เทียบกับ 98นาทีที่ใช้ดูทีวีต่อวัน แล้วพอมาดูในมุมยอดขายแล้ว ปี2012ที่ผ่านมามีการขาย Smartphone ไปแล้ว 12ล้านเครืิ่อง และคาดว่าจะเพิ้มขึ้นเป็น 18.5ล้านเครื่ิองในปี2013 และอาจจะมากกว่านี้ถ้า 3G แท้บนคลื่น2100MHz เกิดขึ้นได้ภายในปีนี้จริงๆ

อีกท่านหนึ่งที่มาร่วมเสวนาคือคุณ Max และคุณชิว เป็นนักพัฒนา Application มาร่วมแชร์ความคิด

พี่แกแชร์ว่าธุรกิจส่วนใหญ่จะทำ Application เพื่อลงโปรโมชั่น สื่อสารกับลูกค้า และเก็บข้อมูลลูกค้า ในขณะที่ผู้ใช้จะนิยม App ที่เน้นการแก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน การlink social network และเกี่ยวกับรูป

มาที่ YouTube กันบ้างประเทศไทยเป็นประเทศที่มีผู้ใช้เป็นอันดับหนึ่ง และมีเวลาในการชมวิดีโอเป็นรองเพียงญี่ปุ่นเท่านั้น โดยมีพฤติกรรมการuploadคลิปมากกว่าแต่ก่อนมากเพราะการuploadทำได้ง่ายขึ้น

พอพูดถึงทั้งรูปและวิดีโอเลยมีคำถามต่อว่า…แล้วตกลงคนชอบอะไรมากกว่า คุณชิวจึงแชร์ว่าจากการไปสำรวจ Internet Cafe แล้วพบว่าเด็กจะเปิดหน้าจอ YouTube เล็กๆไว้เพื่อดูหนังและฟังเพลงไปพร้อมๆกับการเล่นเกมส์ เพราะฉะนั้นทั้ง ดูหนัง เล่นเกมส์ แชร์รูปมันมาคู่กันหมดกลายเป็น multi activities culture คู่ๆมากับ all screens culture

ตัดกลับมาที่คุณชิวบ้าง คุณชิวได้มาแชร์ Web trend 2013 ตามนี้ครับ…

  • Consumer-generated content เพราะการลงข้อมูลในเนททำได้ง่่ายขึ้น คนไทยจึงสร้างcontentขึ้นมามากมาย
  • Content marketing ซึ่งเป็นการลงทุนสร้างเนื้อหาที่ดีที่ลูกค้าของเราต้องการ แล้วมันจะอยู่บนเวบไปตลอด
  • Simple & Lean การออกแบบเวบที่เรียบง่าย เอาเท่าที่จำเป็น เวบเล็กและเบา
  • integrated back-end system คือการรวมข้อมูลฐานของบริษัทในทุกแหล่งเข้าด้วยกันเป็นหนึ่งเดียว
  • Niche social networks ที่เน้นวัตถุประสงค์เฉพาะชัดเจน เช่น new MySpace, Nextdoor, Facebook Poke
  • Internet of things คือการที่สิ่งของเครื่องใช้รอบตัวเราจะเชื่อมกับเนทไปทั่วเลย ซึ่งจะมาพร้อมกับการพัฒนาของเทคโนโลยี IPV6 เช่น โรงแรมเจ้าหนึ่งที่ให้ลูกค้าควบคุมระบบไฟในห้องได้จากโทรศัพท์มือถือเลย
  • Personal cloud พื้นที่เกิดข้อมูลส่วนตัวของแต่ละคน ทำให้เราใช้ข้อมูลของเราได้ทุกที่ยืดหยุ่น
  • Multiscreen lives
  • Social TV and 2nd screen spread ทำให้contentบนทีวีกับความคิดเห็นบนบนอินเตอร์เนทเข้าด้วยกัน
  • Tablets > PCs ยอดขายtabletจะแซงPCภายในปี2013
  • Everything’s local คือการเก็บข้อมูลลูกค้าและการรักษาฐานลูกค้าบนมือถือ รวมไปถึงการใช้ location-based content เช่น Google Places, Google Plus geo-location, GDN with geo-location ทั้งการหาร้านค้าที่อยู่ใกล้ตัวที่สุด direction to store และ click to call
  • Mobile shopping ในอเมริกาช่วงX’Masปีที่ผ่านมามีการใช้มือถือหาข้อมูลโปรโมชั่นถึง82% และใช้หาข้อมูลสินค้าถึง57%
  • Cross-platform development ต่อเนื่องมาจากการที่หน้าจอมีความหลากหลายมากขึ้น นักพัฒนาโปรแกรมจึงควรปรับวิธีการพัฒนาให้รอบรับการแปลงสำหรับหลายหน้าจอ โดยปัจจุบันมีการปรับมาให้นักพัฒนาเวบไซท์ใช้ระบบClose Gap มาพัฒนาโปรแกรมแทน Native languages มากขึ้น
  • Mobilise your site before your competitor mobilises your customers ซึ่งจะดูได้ว่าเวบของเราเหมาะกับ mobile มากน้อยแค่ไหนสามารถวัดได้จากเครื่องมือของGoogleใน GoMo Guideline How to GoMo โดยหลักๆคือการทำเวบสำหรับโมบายโดยเฉพาะที่มีปุ่มขนาดใหญ่พอสำหรับนิ้วคนเรา มีระยะห่่งระหว่่างปุ่มมากพอ ปุ่มสำหรับการทำconversionที่ชัดเจนโดดเด่น และโหลดได้เร็ว

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: